การเลือก Switch Network ฉบับปี 2026
Switch เป็นอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมกลุ่มเครือข่ายหรืออุปกรณ์เครือข่ายเข้าด้วยกัน โดยทั่วไปคำ ๆ นี้หมายถึง network bridge หรือสะพานเครือข่ายหลายพอร์ตที่ประมวลและจัดเส้นทางข้อมูลที่ชั้นเชื่อมโยงข้อมูล (data link layer – เลเยอร์ 2) ของแบบจำลองโอไอเอสสวิตช์ที่ประมวลข้อมูลที่เลเยอร์ 3 และสูงกว่ามักจะเรียกว่าสวิตช์เลเยอร์ 3 หรือมัลติเลเยอร์สวิตช์
สวิตช์ที่หลายประเภทของเครือข่ายเช่นแบบ Fibre Channel, Asynchronous Transfer Mode, InfiniBand, อีเทอร์เน็ต และอื่น ๆ อีเทอร์เน็ตสวิตช์ตัวแรกที่ถูกนำมาใช้โดย Kalpana ในปี 1990

การเลือกซื้อ Switch นั้นมีปัจจัยที่หลากหลาย ซึ่งต้องคำนึงถึงประเภทการใช้งานและขนาดขององค์กรด้วย และนี้คือ 4 วิธีที่ทำเราอยากแบ่งปันให้ทุกคนที่กำลังเลือกซื้อ Switch โดยมีดังนี้
1. เลือกจากจำนวนช่อง Port
ควรจะเลือกSwtichที่มีจำนวนช่อง Port ที่เหมาสมกับการใช้งานของเรา และอาจจะมีการวางแผนเผื่อรองรับการใช้ช่อง Port เพิ่มเติมในอนาคต เช่น ถ้าปัจจุบันคุณมีการใช้งานอุปกรณ์ 6 เครื่อง Switch ที่มีช่อง 8 Port การอาจจะเพียงพอต่อการใช้งาน แต่ถ้าในอนาคตจำเป็นต้องมีการเพิ่มอุปกรณ์ในออฟฟิตแล้ว คุณอาจจะเลือก Switch ที่มีช่อง Port มากกว่านี้ (ส่วนใหญ่ที่นิยมจะใช้กันตั้งแต่ 24 ไปจนถึง 48 Port) และถ้าคุณมีการใช้งาน SFP ก็อาจจะเลือก Switch ที่รองรับการใช้งาน Uplink Port ด้วย
2. ความเร็วของช่อง Port
ในปัจจุบันความเร็ว 1 Gbps ถือว่าเป็นความเร็วขั้นพื้นฐานในการใช้งานอินเตอร์เน็ตสำหรับครัวเรือนและธุรกิจที่มีขนาดเล็ก แต่ในการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่มีการส่งข้อมูลขนาดใหญ่นั้น คุณอาจจะต้องเลือก Switch ที่มีช่อง Port แบบ multi-gig Port (2.5G, 5G, or 10G) ซึ่งช่วยให้เพิ่มปะสิทธิภาพในการใช้งานอินเตอร์เน็ตของท่านได้
3. Managed vs. Unmanaged Switch
Switch แบบ Unmanaged คือSwitchที่สามารถพร้อมใช้งานโดยไม่จำเป็นต้องมีการตั้งค่าใดๆ เหมาสำหรับการใช้งานในครัวเรือนหรือสำนักงานขนาดเล็ก ที่แค่ต้องการเชื่อมต่ออุปกรณ์แบบพื้นฐาน แต่ Switch แบบ Managed นั้นจะการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่ VLANs (สำหรับเพิ่มความปลอดภัยของเครือค่ายและประสิทธิภาพในองค์กร), Qos(สำหรับการจัดลำดับ traffic อย่างการ Video calls), Post mirroring ไปจนถึง การควบคุมแบบทางไกล ซึ่งเป็น feature ที่สำคัญมากในองค์กรหรือธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการลดความเสี่ยงการโจมตีจากภายนอก
4. ระบบ PoE (Power-over-Ethernet)
Switch ที่รองรับระบบ PoE สามารถใช้เป็นแหล่งกระจายไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านสายEthernet cable ซึ่งลดการเดินแหล่งจ่ายไฟที่ไม่จำเป็นออกไปได้ ข้อควรระวังการเลือกใช้ Switch ที่รองรับระบบ PoE คือ กำลังไฟที่ตัว Switch สามารถจ่ายให้กับอุปกรณ์ที่ท่านต้องการเชื่อมต่อว่ากำลังไฟไม่น้อยเกินไปหรือมากเกินไปจนอาจจะทำให้อุปกรณ์เสียหายได้
5. Active vs Passive Cooling
Switch ที่เป็นแบบ Passive Cooling จะใช้การระบายความร้อนโดยไม่ใช้พัดลม (หรือที่เรียกว่า Passive Cooling)นั้นทำให้ไม่มีเสียงรบกวน เหมาะสำหรับในพื้นที่ที่ต้องการความเงียบสงบ แต่ด้วยดีไซด์ของระบบนี้มักจะมีช่อง Port น้อย หรือกินไฟมากกว่าปกติ
อ้างอิง : https://linuxblog.io/choosing-network-switch/
